Definition/virus database ไม่อัปเดต แก้ยังไง
ปัญหา
เครื่องลูกข่ายไม่ได้ virus definition ใหม่ ทำให้ป้องกันภัยใหม่ไม่ได้ บทความนี้ไล่หาสาเหตุตามเอกสาร EPP Cloud ของ Seqrite (ลิงก์อยู่ในหัวข้ออ้างอิงท้ายบทความ) ลองทีละข้อ
ข้อ 1: ดูว่าเครื่องไหน definition เก่า
ใน Console ไปที่หน้า Status ดูคอลัมน์ Virus DB Date และ Last Connected ของแต่ละเครื่อง
- Virus DB Date เก่าแต่ Last Connected เป็นปัจจุบัน แปลว่าเครื่องคุยกับ Console ได้ แต่ดึง definition ไม่ได้ ไปข้อ 2 และ 3
- Last Connected เก่าด้วย แปลว่าเครื่องไม่ได้ติดต่อ Console เลย ดู เครื่องลูกข่ายขึ้น Offline / ไม่รายงานเข้า Cloud Console ก่อน
ถ้าอยากได้แจ้งเตือนล่วงหน้า policy Miscellaneous มีการแจ้งเตือนเมื่อ virus definition ของเครื่องเก่ากว่าจำนวนวันที่กำหนด
ข้อ 2: ตรวจ Update policy และสั่งอัปเดต
ดู Update policy
ที่ Policies → Feature Policies → Update ดูว่า Update Mode เป็น Download from Internet หรือ Download from Specified Update Agents ถ้าเลือก Update Agent ไว้ เครื่องนั้นต้องคุยกับ Update Agent ได้ และ Update Agent เองต้องอัปเดตได้ ส่วนความถี่เลือก Automatic หรือ Custom ได้ กด Save Policy เมื่อแก้
สั่งอัปเดตจาก Console
ที่หน้า Status เลือกเครื่อง แล้วเลือก Client Actions → Update และกด Submit คำสั่งจะเริ่มเมื่อเครื่องติดต่อ Console ในรอบ polling ถัดไป
หรือสั่งที่ตัวเครื่อง
คลิกขวาที่ไอคอน Seqrite ใน system tray แล้วเลือก Update Now (ถ้าเครื่องลง Seqrite Universal Agent 1.3.9 ขึ้นไป เมนูนี้ชื่อ Update Signatures)
ข้อ 3: ตรวจ proxy และ firewall
ส่วนใหญ่ปัญหาอยู่ที่เครือข่าย เครื่องออกไปหา server อัปเดตไม่ได้
ตั้ง proxy ใน policy ไม่ใช่ที่เครื่อง
ถ้าองค์กรออกเน็ตผ่าน proxy ให้ตั้งที่ Policies → Feature Policies → Internet เปิด Proxy Setting แล้วกรอก Proxy Type, Proxy Server, Port และ User Name / Password ถ้า proxy ต้องยืนยันตัวตน แล้วกด Save Policy
เปิด domain และ port ที่ใช้อัปเดต
ตามรายการ allowlist ของ EPP Cloud ต้องให้เครื่องออกไปที่
dlupdate.quickheal.comและdownload.quickheal.comทาง TCP 80 และ 443 (Mac ใช้ 443 อย่างเดียว) และไม่บล็อกไฟล์นามสกุล.datกับ.binรายการเต็มอยู่ที่ List of Whitelisted Ports, URLs, and File Extensionsตรวจนาฬิกาเครื่อง
ถ้าวันที่และเวลาของเครื่องผิดไปมาก การเชื่อมต่อ HTTPS ทั่วไปจะตรวจใบรับรองไม่ผ่าน ตั้งเวลาให้ซิงค์อัตโนมัติที่ Settings → Time & language ของ Windows แล้วลองใหม่
ข้อ 4: เครื่องที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต ใช้ Update Agent
EPP Cloud ให้เครื่อง Windows เครื่องหนึ่งทำหน้าที่ Update Agent แล้วให้เครื่องอื่นดึง definition จากเครื่องนั้นแทนการออกอินเทอร์เน็ตเอง
ตั้งเครื่อง Update Agent
ที่หน้า Status เลือกเครื่อง Windows แล้วใช้ Client Action Update Agent Role
เลือกแหล่ง definition ของ Update Agent
เปิดเครื่องนั้นในหน้า Status แล้วกด Switch to Update Agent แท็บ Settings มีให้เลือก Download from Internet Center, Download from Specified URL หรือ Pick from specified path ซึ่งใช้โฟลเดอร์ในเครื่องที่คัดลอกไฟล์มาจาก USB หรือแผ่น แล้วกด Save
ให้เครื่องอื่นดึงจาก Update Agent
ตั้ง Update policy ของเครื่องที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตเป็น Download from Specified Update Agents
เอกสารของ Seqrite ไม่ได้ระบุว่าจะดาวน์โหลดไฟล์ definition สำหรับวิธี Pick from specified path ได้จากที่ไหน เปิด Support Ticket แจ้งเวอร์ชันที่ใช้เพื่อขอแหล่งไฟล์
ถ้ายังไม่ได้ผล
อ้างอิง
- Status — EPP Cloud
- Update policy · Internet policy · Miscellaneous policy
- Client Action: Update · Update Agent
- Installing Seqrite Client on Windows (เมนูใน system tray)
- List of Whitelisted Ports, URLs, and File Extensions
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องอยู่หลัง proxy องค์กร update ไม่ได้ทำยังไง?▾
บน EPP Cloud ตั้ง proxy ที่ Console ไม่ใช่ที่เครื่อง ไปที่ Policies → Feature Policies → Internet เปิด Proxy Setting แล้วกรอก Proxy Type, Proxy Server, Port และ User Name / Password ถ้ามี จากนั้นให้ฝ่าย network เปิด dlupdate.quickheal.com และ download.quickheal.com ทาง TCP 80 และ 443
เครื่องไม่มีเน็ตเลย อัปเดต definition ได้ไหม?▾
ได้ผ่าน Update Agent ตั้งเครื่อง Windows หนึ่งเครื่องเป็น Update Agent ให้ดึง definition จากอินเทอร์เน็ต URL ที่กำหนด หรือโฟลเดอร์ที่คัดลอกไฟล์มา แล้วตั้ง Update policy ของเครื่องอื่นเป็น Download from Specified Update Agents
สั่งอัปเดตที่เครื่องได้ไหม?▾
ได้ คลิกขวาที่ไอคอน Seqrite ใน system tray แล้วเลือก Update Now หรือ Update Signatures ถ้าเครื่องลง Seqrite Universal Agent 1.3.9 ขึ้นไป หรือสั่งจาก Console ที่หน้า Status → Client Actions → Update
บทความนี้ช่วยได้ไหม?